More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  บันทึกไทยธรรมชาติPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

90 ไปถ่ายรูปที่เขาใหญ่

ทริปสุดสัปดาห์เขาใหญ่ทริปนี้ เกิดขึ้นเพราะเคเค กับ ชมไพร ทำซ่าไปยกมือว่าเข้าอกเข้าใจ Aperture - Speed Shutter ในห้องเรียนถ่ายภาพ เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา *28 มิย

ไปเพื่อถ่ายรูปมาทำ presentation ตามที่ได้รับมอบหมายมาจากอาจารย์พีรกิจ

presentation ของชมไพรย่อมต้องเป็นสีเขียว สีเขียว... และสีเขียวอยู่แว้ว ฮ่า ฮ่า

ตั้งใจมาก ตั้งใจไปถ่ายต้นไม้ใหญ่ที่หมายตามานานนับ 10 ปี ไปทีไรก็เห็นคนมานั่งพักผ่อนนอนหลับใต้ต้นไม้ต้นนี้ ให้น่าอิจฉา อยากมีรูปชุด "คุณปู่ต้นไม้เมืองไทย" เป็นของส่วนตัว ไปคราวนี้ได้มา 4 ต้น จาก 4 เทรล คือ ต้นไม้ต้านสายลมแรงในทุ่งกว้างข้างทางเดินไปหนองผักชี,  กลุ่มต้นไม้ใหญ่ใกล้ศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ.  มะม่วงยักษ์กลางเนินทางซ้ายก่อนถึงแยกไปเขาเขียว  และไทรใหญ่ข้างลานกางเต๊นลำตะคอง  แต่คราวนี้ไม่ใช่ *คน ที่มาอาศัยนั่งนอนใต้ร่มไม้  แต่กลายเป็น *กวาง แสนงาม...เดินเล็มหญ้าอยู่ไปมา

เดินเข้าเทรลผากล้วยไม้  กว่าจะถ่ายรูปเห็ดได้  ก็ต้องจับทากออกจากขาไปหลายตัว

ได้รูปกลับมาเป็นร้อย  แต่เลือกได้แค่ยี่สิบ  กล้อมแกล้มพอทำ ppt เตรียมไว้ให้เพื่อนๆ ชมเพียง 3 นาทีในคลาสครั้งต่อไป หวังว่าจะสร้างความประทับใจมากกว่าสไลด์ชุดข้างล่างนี้

ชมไพร 5-6 กค 2551


เขาใหญ่ 5-6 กค 2551

  

    

 

89 หน๋อยแน่ ไปศึกษาธรรมชาติ

 

หลายคนที่อยากจะลองแค้มปิ้งไลฟ์ ชมไพรขอแนะนำให้รู้จัก ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า อ. มวกเหล็ก จ.สระบุรี ที่แค้มป์แบบง่ายๆ สวยงามขนาดนักแค้มปิ้งตัวจริงอยากเรา… ยังมาแล้วมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน

คราวนี้ เพื่อไม่ให้หูว่างนัก จึงชวนนักแค้มปิ้งเยาวชนมาด้วย 1 คน ทำให้ได้ฝึกสมองซีกรับรู้จินตนาการของเด็กน้อยอีกทางหนึ่งด้วย เด็กคนนี้สามารถเล่านิทาน 5 เรื่องเรียงรวมเป็นประโยคยาวเหยียด ทั้งภาษาไทยภาษาต่างดาว (ต่างดาวจริงๆ เพราะฟังไม่ออก) ปะปนกันไป

NN02NN19

อ้น เตือนไว้ก่อนแล้วว่า ถ้าพี่ขับไปเชียงใหม่ เขาก็สามารถจ้อไปได้จากเช้าจดเย็น

เจ้าหน๋อยแน่ นี้ รู้จักกันตั้งแต่ไปเข้าคอร์สเรียนสีน้ำครั้งแรกที่เพาะช่างเมื่อกว่าสามปีมาแล้ว เปล่าไม่ได้ไปเรียนกับเด็ก แต่เรียนกับ อ้น แม่เด็ก หญิงสาวที่มาผ่อนคลายภาระเลี้ยงดูเด็กไฮเปอร์คนนี้ ตอนนั้น หน๋อยแน่ ยังไม่สองขวบดีและยังพูดไม่ได้ซักคำ จบคอร์สขั้นต้นแล้ว เราพากันไปวาดรูปนอกสถานที่ที่แพในเขื่อนเขาแหลม กาญจนบุรี พอแม่ใส่ห่วงยางให้ที่แขนป้อมๆ ทั้ง 2 ข้างให้เท่านั้น เด็กน้อยก็วิ่งจู๊ดไปยืนริมแพเตรียมกระโดดลงไปในแม่น้ำแควน้อยทันที ป้าหนูก็เลยได้โดดน้ำตามเด็กน้อย…. ทุกครั้งที่ไปเที่ยวกับแม่ลูกคู่นี้

หลังจากนั้น อ้นและหน๋อยแน่ เคยไปปีนเขา ชี่ช้าง ล่องแพ นอนนับดาว กับเราหลายครั้ง ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการศึกษาธรรมชาติที่ง่ายสุดที่เราตั้งใจนำเสนอ

Jedkot KY01Jedkot KY19

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า เป็นสถานที่ริมอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ จากสนามหญ้าติดชายน้ำที่จัดให้เป็นลานกางเต็นท์ มองเห็นทิวเขาสูงยาวสลับซับซ้อน มีทางขี่จักรยานรอบอ่าง มีทางเดินไปน้ำตกหลายแห่ง มีบ้านพักสวยงามปลูกสร้างไว้มากมายโดยเงินทุน อบต และยกให้กองอุทยานฯ เป็นผู้บริหารจัดการ มีห้องประชุมและอาหารการกินไว้บริการ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างพร้อมมูลสำหรับการพักผ่อนแบบต่างๆ ครอบครัว กลุ่มเพื่อน กลุ่มสัมนา ที่สำคัญปากทางเข้าอยู่ห่างจากสระบุรีประมาณ 20 กม และขับเข้าไปอีก 20 กม ก็ถึงแล้ว

Jedkot KY22Jedkot KY21

วันเสาร์บ่าย หน๋อยแน่ เจ้าเด็ก 5 ขวบ กรี๊ดสนุกกับการเล่นน้ำตกมาก แต่เขาไม่ชอบถูกถ่ายรูป เราเลยได้แต่รูปสวยเป็น งูเขียวหางไหม้ และเห็ดถ้วย จากเทรลน้ำตก ส่วนเด็กหันแต่ก้นให้เราถ่าย !

Jedkot KY05Jedkot KY08NN07

พอวันอาทิตย์เรากะว่าจะพาไปเดินเทรลหนองผักชี บนเขาใหญ่ แต่ฝนเริ่มปรอย เคเค เลยเปลี่ยนใจ พาไปเดินเล่นผ่านแฟร์เวย์สนามกอล์ฟเก่าเพื่อดูฝูง กวางและเก้ง เราถ่ายรูปสัตว์โลกมาได้สวยๆ หลายภาพ

Jedkot KYgJedkot KYi

รูป ลิงป่า ได้จากลานจอดรถของจุดชมวิว หาวทีเห็นเขี้ยวยาวน่ากลัวทีเดียว

Jedkot KY11Jedkot KYa 

ชมไพร 14-15 มิย 51 (เรื่องนี้แยก 2 อัลบั้ม หน๋อยแน่/ธรรมชาติ)

88 บ้านสีเขียว เขาใหญ่

 
งานดีแบบนี้  ไม่ใช่เพียงแค่รสนิยมความชอบเท่านั้น
แต่ต้องมีทั้งความรัก ความตั้งใจ ความคิดสร้างสรรค์
 
นั่นเป็นความคิดแรกเมื่อเข้าไปในอาณาเขตบ้านสีเขียวหลังนี้
 
จากประตูรั้วทางเข้าวาดผ่านโค้งแนวไผ่  ถนนปูหินก้อนโตลาดลงไปลานจอดรถหน้าขั้นบันไดไม้ขอนรถไฟ  นำเข้าสู่ซุ้มไม้เลี้อย  ที่ระเบียงกว้างข้างหลังซุ้มไม้นั้นมีโต๊ะเก้าอี้หนาหนักตั้งไว้นั่งชมวิวแนวเขา  หากหันหลังให้ทิวเขานั้น  จะมีทางเล็กๆ พาสู่อาคาร 2 หลัง  หนึ่งหลังเป็นห้องนอนสำหรับแขก  อีกหนึ่งหลังเป็นที่พักเจ้าของบ้านสองชั้นสีเหลือง
 
BanSeeKaew20   BanSeeKaew09
 
ลอดซุ้มไม้เลื้อยกลับมา  เดินลงไปทางบึงใหญ่  ขวามือเป็นบ้านสีเขียวด้วยต้นตีนตุ๊กแกที่เกาะคลุมเต็มผนังด้านหน้า หลังนี้เป็นยุ้งฉางของบ้านเพราะเต็มไปด้วยอาหารเครื่องดื่มและเครื่องมือปรุงอาหาร  ซ้ายมือเป็นเรือนสีชมพูม่วงเป็นโถงโล่งไว้นั่งเล่น  เชื่อมต่อทั้งสองหลังด้วยระเบียงไม้วางโต๊ะเก้าอี้ไม้ธรรมชาติ
 
BanSeeKaew04  BanSeeKaew18
 
ทุกช่องทุกมุม  ทุกผนังทึบและช่องเปิด  ทุกแห่งหนมีรายละเอียดและจุดประสงค์ 
ทุกบานประตูมีการออกแบบเฉพาะ  แตกต่างกันไป 
โคมไฟ  เครื่องเสียง  เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างจัดวางมุมเหมาะไม่ขัดตา  พร้อมใช้งานสะดวก
   
Sumalee  BanSeeKaew08
 
ต้นไม้ใหญ่โตให้ร่มเงาครึ้ม  สนามหญ้าเรียบเขียวนุ่ม  สองฝากของบึงเห็นเนินปรับระดับไว้ให้ฝึกไดรฟ์กอล์ฟ 
มองเลยออกไปเห็นทุ่งข้าวโพด  พืชไร่พาดไปมา  สันเขาสีคราม  ผืนฟ้ากว้างใส
 
BanSeeKaew06  BanSeeKaew10
 
ในขอบเขตแนวรั้วมีบ้านน่ารัก  ตั้งใกล้พอก้าวเดินข้ามลานหญ้าไปหากัน
 
BanSeeKaew05  BanSeeKaew07
 
ขอบคุณ : คุณต้อย ที่อนุญาตให้ไปค้างแรมที่บ้าน
ขอบคุณ : ราศรี และ อิศร์ ที่ติดต่อขออนุญาตให้
ขอบคุณ : อ.เต๋า แดง จิ๋ม สุมาลี หนึ่ง แยม หญิง เปิ้ล เดียว พริม และ หนุ่มผมยาวสี่คน ที่ร่วมวาดรูปด้วยกัน
 
สีน้ำรุ่น 3 วาดภาพนอกสถานที่
ชมไพร  31 พค - 1 มิย 2551

87 ทุ่งหญ้าและลานหินแห่งไทรทอง

 
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 Cyclone Nargis พัดถล่ม 5 รัฐ บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี และกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า
 
พายุที่เกิดขึ้นทั่วโลกจะได้นามเป็นชื่อหญิงสาวในภาษาต่างๆ ตามแต่จะมอบให้ประเทศใดเป็นคนตั้ง นากีส จะเป็นภาษาพม่าหรือเปล่าฉันก็ไม่ทราบ  แต่มีผลเหนือดินแดนของพม่ามากที่สุด  เป็นบันทึกธรรมชาติที่ไม่มีใครอยากจะเขียน
 
หลังพายุผ่านไป  มรสุมยังกระจายทั่วฟ้าประเทศไทย  ฝนตกฟ้ารั่วและค่อยๆ แผ่วลงราวกลางเดือน  ตอนที่แอบไปเที่ยวที่เมืองเชียงคาน  โดดเดี่ยวริมแม่น้ำโขง  เจอแค่ฝนโปรยปรายให้นั่งฝันใต้ชายคาในตอนบ่ายวันเสาร์เท่านั้น
 
ดอกไม้กับแมลง  ช่อดอกหรีด
 
หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ เคเคก็พามานอนรับสายลมเย็นชื่นใจบนที่ราบสูงของอิสาน "อุทยานแห่งชาติไทรทอง" แห่งเทือกเขาพังเหย จังหวัดชัยภูมิ
 
เมื่อแยกขวาจากบึงสามพันแล้ว เข้าสู่เขตอำเภอภักดีชุมพล  รถจะค่อยไต่ขึ้นที่สูงผ่านเขาใหญ่น้อยทั้งสองข้างทาง   ทิวทัศน์น่าจะสวยถ้ามันไม่กลายเป็นเขาหัวโล้นลูกแล้วลูกเล่า  ถากถางจนเลี่ยนโล่งไม่เหลือต้นไม้สักต้นไว้บนภูเขา  ทั้งนี้ก็เพื่อเพาะปลูกพืชไร่อย่างข้าวโพดและมันสัมปะหลัง  เห็นแล้วกลัว.....  หากพายุมามันจะเหลืออะไร
 
ทางอุทยานจัดที่กางเต๊นท์ไว้ 3 แห่ง  คราวนี้เราเลือกที่จะกางเต๊นท์กันริมบึงบัว  หน้าที่ทำการอุทยาน  เราเคยไปกางที่ลานบนยอดเขามาแล้วเมื่อตอนที่มากับหมู-อาภทิพย์ และแก๋ง-ริริน เมื่อปีที่แล้ว  ที่กางเต๊นท์บนยอดเขาสวยดีแต่เกรงใจที่ทางอุทยานต้องขนน้ำขึ้นไปให้นักท่องเที่ยวที่นอนที่ลานนั้น
 
ลานกางเต๊นท์ริมบึงนี้จัดไว้สำหรับครอบครัวที่ขับรถเก๋ง  ซึ่งไม่สามารถขับรถข้ามลำธารขึ้นไปบนยอดเขาได้  น้ำจากก๊อกที่นี่ไหลแรงเพราะต่อท่อตรงมาจากน้ำตก   ในหน้าเทศกาลดูดอกบัวสวรรค์  จะมีร้านขายอาหารคึกคักรองรับกองทัพนักท่องเที่ยวที่มากัน มาก ล้น คณนา  กับมีรถบริการขึ้นยอดเขา  เพื่อพานักท่องเที่ยวไปเดินดูทุ่งบัวสวรรค์ และผาหำหด  แต่หน้าออฟซีชั่นที่มีเรามาเยือนเพียงกลุ่มเดียวเช่นนี้ ..... ความเงียบคือสิ่งได้มาแทน
 
เคเคชั่งใจอยู่นานว่าจะกางเต๊นท์ในศาลาดีไหม  แต่เมื่อสัมผัสสายลมแผ่วกลางสนามหญ้าริมบึงแล้ว  ก็ตัดสินใจเลือกทำเลเหมาะใต้ร่มไม้สูงใหญ่ที่สง่างามต้นหนึ่ง  เราอาศัยผูกขึงยอดผ้าใบด้านหนึ่งของเราไว้อย่างมั่นคงกับลำต้นขาวสวยต้นนั้น
 
บ่ายวันเสาร์เรายังไม่อยากขึ้นเขา  เคเคนั่งวาดรูปเล่น  ปล่อยให้นักถ่ายรูปผีเสื้ออย่างฉันเดินตามปีกพริ้วไหวไปเรื่อย  อดทนหาจังหวะกดชัตเตอร์  ดีบ้างไม่ดีบ้างไปตามเรื่องตามราว
 
พลบค่ำมีนักตกปลาเดินโฉบมาใกล้  เขาหิ้วปลาตัวใหญ่ที่ได้จากบึง  เพียงพอสำหรับมื้อเย็น
 
คืนนี้เงียบมาก  เงียบจริงๆ  ท้องฟ้าพอมีแสงสลัวของดวงจันทร์  เราทดลองถ่ายภาพป่ายามค่ำคืน
 
------
 
เช้าที่สดใสไร้เมฆหมอก  ขับดีเม็กซ์ข้ามลำน้ำเพื่อขึ้นไปเดินเล่นที่ลานหินบนยอดเขา 
 
แม้จะเคยเห็นบัวสวรรค์เต็มทุ่งมาแล้วก็ตามเมื่อปีกลาย  แต่เคเคก็ยังส่งเสียงเรียกให้ดู ดอกกระเจียว (หรือบัวสวรรค์) ดอกแรกที่เจอ  ดอกเดี่ยวสีชมพูอมม่วงงามเด่น 
 
กระเจียว  !! ! ! !!
 
ลงทุนนอนลงถ่ายพืชน้อยสีส้มที่ชูช่อปะปนอยู่กับมอสกลางทางเดิน  เราเดินออกนอกเส้นทางดูโน่นนี่ไปเรื่อย  จนกระทั่งหาทางเดินไปทุ่งดอกกระเจียวไม่เจอ
 
วันนี้เราไม่ได้พกข้าวห่อกลางวันมา  เลยต้องเดินลัดทุ่งมุ่งไปทางริมผาเพื่อหาทางเดินให้เจอ  ก่อนที่จะหลงออกนอกทางเดินไปไกลกว่านี้  พอกลับเข้าทางแล้วก็สบายใจ  เดินตามกันห่างๆ ตามแต่ว่าใครอยากจะหยุดถ่ายอะไร  ทิ้งระยะพอมองเห็นกัน
 
ตอนที่เดินไปยังทุ่งบัวสวรรค์ที่พอมีดอกให้ยลอยู่ประปรายนั้นยังไม่เจอใครเลย  พอใกล้ๆเที่ยงวกมา ผาหำหด จึงได้เจอนักท่องเที่ยวกลุ่มแรก  ดูท่าจะชาวบ้านแถวนี้เพราะซ้อนมอร์เตอไซด์มาเที่ยวกัน  หนุ่มให้สาวขึ้นขี่หลังเมื่อต้องขึ้นเนิน  มีเด็กน้อยเดินตามมาพร้อมคนแก่
 
บ่ายวันอาทิตย์  เมื่อกลับลงมาที่เต๊นท์  เราจัดโต๊ะนั่งวาดรูปเป็นเรื่องเป็นราวใต้ศาลา  ฉันวาดรูปวิวขนาดใหญ่  ฮ้า  ดูไปดูมาพอใช้ได้ทีเดียว
 
เช้าวันจันทร์ที่ 19 เป็นวันวิสาขบูชา  ชวนกันเดินทวนขึ้นไปตามลำธาร  โขดหินแบนราบเดินไม่ยาก  สายน้ำไหลคลุมเซาะร่องแผ่นหินใหญ่น้อย  ถ่ายรูปผีเสื้อที่มีรูปปีกแปลกตา  กลับมาเปิดคู่มือดูจึงรู้ว่า  มันคือ ผีเสื้อหัวแหลมกระบองหัก Common Beak 
 
Common Beak ผีเสื้อหัวแหลมกระบองหัก  Tawny Coster ผีเสื้อหนอนหนามกระทกรก 3
 
ดีใจที่ถ่ายรูปเพิ่มได้อีกชนิด
 
ผีเสื้อชนิดอื่นๆ ที่เคยถ่ายได้แล้วก็ถ่ายอีก  ไม่ใช่ว่าแสงเงาจะไม่เหมือนกันเท่านั้น  แต่ผีเสื้อชนิดเดียวกันก็จะสมบูรณ์ขาดวิ่นต่างกันไป  นอกจากนั้นแล้วจังหวะที่จะถ่ายได้แต่ละครั้งก็ยากง่ายต่างกัน  มันเป็นความทรงจำที่คนถ่ายเท่านั้นจะได้บันทึกไว้กับตัวเองคนเดียว
 
ดูภาพถ่ายผีเสื้อ  ใครๆ ก็ว่าไม่น่ายาก  ดูมันกางปีกนิ่งๆ  ดูเหมือนอยู่นิ่งให้ถ่าย  ใครอยากรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร  อย่าดูแต่ภาพอย่างเดียว  ลองตามถ่ายดูสักตัว
 
ถ้ามีตัวไหนอยู่นิ่งให้คุณถ่ายนานๆ  ถ้ามันไม่ตายไปแล้วก็อาจจะใกล้เวลาเต็มที  ผีเสื้อที่กางปีกเกาะที่ใบไม้ใบหญ้าแสดงว่ามันกำลังอาบแดดอยู่  ดังนั้นเวลาเดินเข้าไปเพื่อจะถ่ายรูป  อย่าไปบังทางแสงแดดที่ตกต้องตัวมัน  ไม่งั้นมันจะขยับปีกบินไปหาแดดที่อื่นทันที  เวลาจะเดินเข้าไปหาผีเสื้อจะพูดคุยกันก็ได้  ไม่ต้องเงียบแบบนักดูนก
 
ผีเสื้อที่กำลังดูดน้ำหวานที่ดอกไม้จะไม่อยู่นิ่งๆ  เขาจะว่อนไปทั่ว อยากถ่ายรูปผีเสื้อคู่กับดอกไม้มักต้องใช้ความเร็วสูงๆ ทั้งหน้ากล้องและคนถ่าย  ถ่ายไปเลยไม่ว่ามันจะหันหน้าปีกหรือหลังปีกมาให้  เพราะมักจะมีลวดลายสีสรรไม่เหมือนกัน
 
เจอผีเสื้อที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก  หากมีจังหวะที่คิดว่าจะถ่ายได้  ฉันจะปรับกล้องไปที่ออโต้ไว้ก่อน  ได้จังหวะก็กดแบบ documentary  ไม่คิดถึงความงาม  เพราะมันอาจจะเป็นโอกาสเดียวที่ได้รูปมาเก็บไว้  ต่อจากนั้นถ้าผีเสื้อยังอยู่ให้ถ่ายหรือไม่บินไปไกล  ค่อยปรับสปีดหรือความกว้างของหน้ากล้องเล่นตามที่คิดเพื่อถ่ายรูปต่อๆ ไปให้งาม  หรือจะเลือกถ่ายแบบมาโครก็ได้แล้วแต่โอกาส
 
มีผีเสื้ออีกหลายชนิดที่เจออยู่บ่อยๆ แต่เพิ่งจะมีจังหวะให้ "ถ่ายได้" ได้ในคราวนี้  อย่างเช่น  หางตุ้มชมพูและ หางติ่งชะอ้อน  แม้ว่าจะไม้ได้ภาพที่งามนัก  แต่ก็ดีใจที่ได้นำมันเก็บไว้ในภาพชุดผีเสื้อส่วนตัวของชมไพร
 
แต่ที่ชอบที่สุดในทริปนี้ คือ ผีเสื้อโยมา แสนสวย  ได้มาเพราะความขยันหมั่นเดินไปดูตรงลานแฉะๆ หน้าห้องน้ำ  ไปต่างเวลาก็จะเจอตัวใหม่ๆ บ้าง  ถ่ายวิดีโอ มาเป็นฝูงด้วย  แต่โหลดขึ้นเนทไม่ได้เพราะไฟล์มันใหญ่เกินที่เขากำหนดให้  ที่ชอบอีกตัวคือ  ภาพผีเสื้อพื้นๆ อย่าง หนอนใบรักธรรมดา  ซึ่งจังหวะถ่ายได้พร้อมกอไม้ดอกที่มันเกาะอยู่  ทำให้ภาพมีบรรยากาศกว่าที่จะเห็นแต่ผีเสื้ออย่างเดียว  และยังดูรู้ว่าเป็นผีเสื้อชนิดใด 
 
สงสัยจะต้องหาเวลาและความตั้งใจ (เป็นอย่างยิ่ง)  เพื่อรวบรวมภาพผีเสื้อธรรมดาๆ งานสะสมจากป่าต่างๆ มาโชว์ซะทีแล้ว
 
ชมไพร 17-19 พค 51
View more entries
 

บันทึกไทยธรรมชาติ

Nature Thai Diary