![]() |
|
Spaces home บันทึกไทยธรรมชาติPhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
91 ถ้ำธารลอดใหญ่ และ ห้วยแม่ขมิ้นปีที่แล้วนี้เองที่ไปเดินจากถ้ำธารลอดน้อยไปถ้ำใหญ่ เป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกการเดินป่าของเราว่า ไปไม่ถึงจุดหมาย ใช่เดินจากถ้ำน้อยข้ามห้วยปีนเขามาเกือบ 5 กิโลเมตร ลงหุบไต่หินอีกเพียง 100-200 เมตรที่เหลือ เราไปไม่ถึงถ้ำใหญ่ ทำแค่ได้เพียงยอมรับกับตัวเองว่า ห้าสิบกว่าแล้วนะ เอาล่ะ รู้มาว่าที่ถ้ำธารลอดใหญ่มีทางลูกรังไปถึง ปลายทางนั้นเป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยง ชื่อ บ้านเขาเหล็็ก และที่นั่นต้อนรับนักท่องเที่ยวให้พักใน "โฮมสเตย์" เราไม่เคยมีประสบการณ์กับที่พักแบบนี้มาเลย สงสัยต้องลองดูสักครั้ง
ทั้งสองถ้ำมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตน์โกสินทร์" ใช้เส้นทางเดิมคือ กำแพงแสน ที่แยกอู่ทองเลี้ยวไปอำเภอบ่อพลอย ถนนโล่งและร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง 250 กิโลเมตรไม่ไกลเลย สำหรับที่อาศัยนอนในป่าเขาลำเนาไพร
แวะเข้าไปในหมู่บ้านเขาเหล็ก ทักทายไหว้สวัดดีผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเพื่อถามหาโฮมสเตย์ แต่ไม่มีใครชี้ทางและให้ข้อมูล ก็เลยถามหาหน่วยพิทักษ์ป่า อันเป็นที่พึ่งของเราในทุกแห่งหน
หน่วยพิทักษ์ป่าทำหน้าที่เป็นตัวกันชนระหว่าชาวบ้านกับผืนป่า ถ้าอุทยานไม่กระจายหน่วยย่อยไปตามชุมชนชายป่า ผืนป่าก็ตะน้อยลงไปเรื่อยๆ และรวดเร็ว เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์จึงค่อนข้างเครียดและว้าเหว่
เมื่อเราขับรถเข้าไปถึงหน่วย เจ้าหน้าที่ 4 คนออกมาทักทายอย่างกระตือรือร้น หลังจากนั่งคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบบนพื้นไม้มันวาวของสำนักงานประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ได้สนามหญ้าที่แสนจะปลอดภัย สวยงาม นุ่มนวล สำหรับกางเต๊นท์นอนในค่ำคืนวันเสาร์
หลังจากเอาข้าวเหนียวไก่ย่างออกมาทานกันที่ศาลาโล่งริมผาด้านหน้าหน่วยแล้ว ก็อยากงีบเงียบๆ สบายๆ แต่คนที่ไปด้วยกลับสตาร์ดรถจะออกไปเดินเที่ยว "ถ้ำธารลอดใหญ่" ก็เลยเป็นอันอดนอนยามบ่าย
ขับรถเข้าป่าไปอีก 6 กิโลเมตรถึงสำนักสงฆ์อันเป็นที่ปฏิบัติธรรมสายอาจารย์มั่น ที่นั่นร่มรื่น สะอาดและสงบ จากลานจอดรถเดินข่ามลำธารน้อย เข้าป่าดิบชื้นที่เต็มไปด้วยหวาย ค้อ ปรง เต่าร้าง และพวกต้นไม้คล้ายพืชดึกดำบรรพ์ทั้งหลาย ก้อนหินและพื้นทางข้างลำธารบางตอนปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์น เรื่องมดและแมลงนั้นไม่ต้องถาม มันวนเวียนไต่ตอมให้เพียงรำคาญ
ฉันเพียรถ่ายรูปมอสสีเขียวที่เนินหินอยู่นาน พอเดินข้ามลำธารก็เห็นนกสีดำน้อยหากินอยู่บนก้อนหินกลางสายน้ำ อย่างนี้ต้องรีบเปลี่ยนเป็นเลนส์ซูมซะแล้ว มีใครหานกเอี้ยงถ้ำในภาพถ่ายของเราเจอบ้างเอ่ย?
ถ้ำธารลอดใหญ่เป็นถ้ำเปิด ถ้ามีเสนส์ wide คงจะถ่ายได้ครบถ้วนทั้งเพดานถ้ำข้างบนและลำธารข้างล่าง กล้องของเราถ่ายได้ภาพเป็นจุดๆ คนดูอาจจะต้องจินตนาการเอาเองมากหน่อย บนผนังหินเหนือลำธารมีร่องรอยของภาพเขียนพญานาค เห็นลำตัวมีเกล็ดใหญ่สีเขียว ตาและหัวนิดหน่อยดูขลังดี
กลับออกมาที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง เราไปแวะเยี่ยมโรงเรียน เห็นเด็กๆ วิ่งเล่นเตะบอลกันสนุกสนาน ทุกคนหยุดยกมือไหว้สวัสดีทักทายเราอย่างน่ารัก ที่โรงเรียนและบ้านทุกหลังในหมู่บ้านมีแผงโซล่าร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้กันทุกครัวเรือน สำหรับชุดเล็กสำหรับบ้านสามารถจ่ายไปให้ทีวี 1 เครื่องและดวงไฟ 2 ดวง ทั้งหลายทั้งปวงนี้หลวงมาติดตั้งให้ฟรีในรัฐบาลยุคทักษิณ
เรากลับมาทำอาหารเย็นทานกัน และพูดคุยถามหาความรู้จากหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าฯ ทำให้รู้เส้นทางตัดใหม่ไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ ก่อนจะมุดเข้าเต็นท์นอนเราจึงแอบวางแผนการเดินทางใหม่สำหรับวันรุ่งขึ้น
วันอาทิตย์ตื่นด้วยความกระปรี้กระเปร่า เพราะกะจะไปห้วยแม่ขมิ้นกันต่อ ถือเป็นการเที่ยวเป็นวงกลมสมบูรณ์แบบโดยไม่คาดคิดมาก่อน เส้นทางใหม่ที่เจ้าหน้าที่บอกเมื่อวานนี้ยาว 60 กิโลเมตรเลียบเลาะไปตามไหล่เขาสวยงามจริงๆ นับรถสวนกับเราได้ 2 คันแม้ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ เป็นระยะๆ เฮ้อ นานนานจะได้สำรวจเส้นทางใหม่ดีดีอย่างนี้
เมื่อทะลุเขาออกไปยังถนนเลียบริมเขื่อนศรีนครินทร์ เรามุ่งเข้าไปยังแพขนานยนต์ เพื่อขึ้นเท้งข้ามน้ำไปยัง อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ หรือน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ใครไม่รู้ว่าเท้งหรือแพขนานยนต์ตืออะไร ถ่ายรูปมาให้ดูค่ะ
ขึ้นจากเท้งขับรถอีก 10 กม. ก็ถึงด่านอุทยานฯ ดีใจที่ร้านอาหารอร่อยยังอยู่ เลยรีบสั่งอาหารกลางวันมาทานอย่างมีความสุข ก่อนจะตระเตรียมกล้องเพื่อเดินเทรลน้ำตกขั้นที่ 1 ถึง 4 เป็นทางเดินสั้นๆ เลียบสายน้ำ สวยงาม อุดมด้วยพืขพันธุ์
สวนทางกับเจ้าหน้าที่อุทยานที่ถือกล้อง nikon เดินออกมา เขาให้คำแนะนำเล็กน้อยด้วยอัธยาศัยอันดี เห็นอุปกรณ์ที่สะพายมาก็รู้ว่าคนแนวเดียวกัน ฉันเดินบ่นกับเคเคว่าไม่ชอบถ่ายภาพน้ำ้ตก อยากถ่ายแต่ต้นไม้และผีเสื้อ แอบมองต้นไม้ข้างน้ำตกที่กานต์กับกวินเคยห้อยโหนโจนทะยานเมื่อแปดปีก่อน แล้วให้คิดถึงหลานชายทั้งสองอย่างมากมาย
บ่ายสามโมงกว่านั่นแหละ เราสองคนจึงได้ออกรถ คราวนี้ไม่กลับไปข้ามเท้งแล้ว แต่ขับเส้นทางลูกรัง 50 กิโลเมตรมายังสันเขื่อนศรีนครินทร์อันเป็นที่ตั้งของน้ำตกเอราวัณ เดินเที่ยวตลาดเขื่อนเพื่อหาซื้อกล้วยมะละกอกลับไปทานที่บ้าน จากเขื่อนถึงกทมเป็นถนนทางหลวงประมาณ 200 กม
กลับถืงบ้านทุ่มสิบห้า กำลังดีสำหรับโหลดรูปดูกัน เก็บของเข้าที่ และพักผ่อนก่อนไปทำงานประจำในเช้าวันจันทร์ ชมไพร 26-27 กค 2551 90 ไปถ่ายรูปที่เขาใหญ่ทริปสุดสัปดาห์เขาใหญ่ทริปนี้ เกิดขึ้นเพราะชมไพรทำซ่าไปยกมือว่าเข้าอกเข้าใจ Aperture - Speed Shutter ในห้องเรียนถ่ายภาพ เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา *28 มิย ไปเพื่อถ่ายรูปมาทำ presentation ตามที่ได้รับมอบหมายมาจากอาจารย์พีรกิจ presentation ของชมไพรย่อมต้องเป็นสีเขียว สีเขียว... และสีเขียวอยู่แว้ว ฮ่า ฮ่า
ตั้งใจมาก ตั้งใจไปถ่ายต้นไม้ใหญ่ที่หมายตามานานนับ 10 ปี ไปทีไรก็เห็นคนมานั่งพักผ่อนนอนหลับใต้ต้นไม้ต้นนี้ ให้น่าอิจฉา อยากมีรูปชุด "คุณปู่ต้นไม้เมืองไทย" เป็นของส่วนตัว ไปคราวนี้ได้มา 4 ต้น จาก 4 เทรล คือ ต้นไม้ต้านสายลมแรงในทุ่งกว้างข้างทางเดินไปหนองผักชี, กลุ่มต้นไม้ใหญ่ใกล้ศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ. มะม่วงยักษ์กลางเนินทางซ้ายก่อนถึงแยกไปเขาเขียว และไทรใหญ่ข้างลานกางเต๊นลำตะคอง แต่คราวนี้ไม่ใช่ *คน ที่มาอาศัยนั่งนอนใต้ร่มไม้ แต่กลายเป็น *กวาง แสนงาม...เดินเล็มหญ้าอยู่ไปมา เดินเข้าเทรลผากล้วยไม้ กว่าจะถ่ายรูปเห็ดได้ ก็ต้องจับทากออกจากขาไปหลายตัว ได้รูปกลับมาเป็นร้อย แต่เลือกได้แค่ยี่สิบ กล้อมแกล้มพอทำ ppt เตรียมไว้ให้เพื่อนๆ ชมเพียง 3 นาทีในคลาสครั้งต่อไป หวังว่าจะสร้างความประทับใจมากกว่าสไลด์ชุดข้างล่างนี้ ชมไพร 5-6 กค 2551 89 หน๋อยแน่ ไปศึกษาธรรมชาติหลายคนที่อยากจะลองแค้มปิ้งไลฟ์ ชมไพรขอแนะนำให้รู้จัก ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า อ. มวกเหล็ก จ.สระบุรี ที่แค้มป์แบบง่ายๆ สวยงามขนาดนักแค้มปิ้งตัวจริงอยากเรา… ยังมาแล้วมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน คราวนี้ เพื่อไม่ให้หูว่างนัก จึงชวนนักแค้มปิ้งเยาวชนมาด้วย 1 คน ทำให้ได้ฝึกสมองซีกรับรู้จินตนาการของเด็กน้อยอีกทางหนึ่งด้วย เด็กคนนี้สามารถเล่านิทาน 5 เรื่องเรียงรวมเป็นประโยคยาวเหยียด ทั้งภาษาไทยภาษาต่างดาว (ต่างดาวจริงๆ เพราะฟังไม่ออก) ปะปนกันไป อ้น เตือนไว้ก่อนแล้วว่า ถ้าพี่ขับไปเชียงใหม่ เขาก็สามารถจ้อไปได้จากเช้าจดเย็น เจ้าหน๋อยแน่ นี้ รู้จักกันตั้งแต่ไปเข้าคอร์สเรียนสีน้ำครั้งแรกที่เพาะช่างเมื่อกว่าสามปีมาแล้ว เปล่าไม่ได้ไปเรียนกับเด็ก แต่เรียนกับ อ้น แม่เด็ก หญิงสาวที่มาผ่อนคลายภาระเลี้ยงดูเด็กไฮเปอร์คนนี้ ตอนนั้น หน๋อยแน่ ยังไม่สองขวบดีและยังพูดไม่ได้ซักคำ จบคอร์สขั้นต้นแล้ว เราพากันไปวาดรูปนอกสถานที่ที่แพในเขื่อนเขาแหลม กาญจนบุรี พอแม่ใส่ห่วงยางให้ที่แขนป้อมๆ ทั้ง 2 ข้างให้เท่านั้น เด็กน้อยก็วิ่งจู๊ดไปยืนริมแพเตรียมกระโดดลงไปในแม่น้ำแควน้อยทันที ป้าหนูก็เลยได้โดดน้ำตามเด็กน้อย…. ทุกครั้งที่ไปเที่ยวกับแม่ลูกคู่นี้ หลังจากนั้น อ้นและหน๋อยแน่ เคยไปปีนเขา ชี่ช้าง ล่องแพ นอนนับดาว กับเราหลายครั้ง ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการศึกษาธรรมชาติที่ง่ายสุดที่เราตั้งใจนำเสนอ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า เป็นสถานที่ริมอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ จากสนามหญ้าติดชายน้ำที่จัดให้เป็นลานกางเต็นท์ มองเห็นทิวเขาสูงยาวสลับซับซ้อน มีทางขี่จักรยานรอบอ่าง มีทางเดินไปน้ำตกหลายแห่ง มีบ้านพักสวยงามปลูกสร้างไว้มากมายโดยเงินทุน อบต และยกให้กองอุทยานฯ เป็นผู้บริหารจัดการ มีห้องประชุมและอาหารการกินไว้บริการ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างพร้อมมูลสำหรับการพักผ่อนแบบต่างๆ ครอบครัว กลุ่มเพื่อน กลุ่มสัมนา ที่สำคัญปากทางเข้าอยู่ห่างจากสระบุรีประมาณ 20 กม และขับเข้าไปอีก 20 กม ก็ถึงแล้ว วันเสาร์บ่าย หน๋อยแน่ เจ้าเด็ก 5 ขวบ กรี๊ดสนุกกับการเล่นน้ำตกมาก แต่เขาไม่ชอบถูกถ่ายรูป เราเลยได้แต่รูปสวยเป็น งูเขียวหางไหม้ และเห็ดถ้วย จากเทรลน้ำตก ส่วนเด็กหันแต่ก้นให้เราถ่าย ! พอวันอาทิตย์เรากะว่าจะพาไปเดินเทรลหนองผักชี บนเขาใหญ่ แต่ฝนเริ่มปรอย เคเค เลยเปลี่ยนใจ พาไปเดินเล่นผ่านแฟร์เวย์สนามกอล์ฟเก่าเพื่อดูฝูง กวางและเก้ง เราถ่ายรูปสัตว์โลกมาได้สวยๆ หลายภาพ รูป ลิงป่า ได้จากลานจอดรถของจุดชมวิว หาวทีเห็นเขี้ยวยาวน่ากลัวทีเดียว ชมไพร 14-15 มิย 51 (เรื่องนี้แยก 2 อัลบั้ม หน๋อยแน่/ธรรมชาติ) 88 บ้านสีเขียว เขาใหญ่งานดีแบบนี้ ไม่ใช่เพียงแค่รสนิยมความชอบเท่านั้น
แต่ต้องมีทั้งความรัก ความตั้งใจ ความคิดสร้างสรรค์
นั่นเป็นความคิดแรกเมื่อเข้าไปในอาณาเขตบ้านสีเขียวหลังนี้
จากประตูรั้วทางเข้าวาดผ่านโค้งแนวไผ่ ถนนปูหินก้อนโตลาดลงไปลานจอดรถหน้าขั้นบันไดไม้ขอนรถไฟ นำเข้าสู่ซุ้มไม้เลี้อย ที่ระเบียงกว้างข้างหลังซุ้มไม้นั้นมีโต๊ะเก้าอี้หนาหนักตั้งไว้นั่งชมวิวแนวเขา หากหันหลังให้ทิวเขานั้น จะมีทางเล็กๆ พาสู่อาคาร 2 หลัง หนึ่งหลังเป็นห้องนอนสำหรับแขก อีกหนึ่งหลังเป็นที่พักเจ้าของบ้านสองชั้นสีเหลือง
ลอดซุ้มไม้เลื้อยกลับมา เดินลงไปทางบึงใหญ่ ขวามือเป็นบ้านสีเขียวด้วยต้นตีนตุ๊กแกที่เกาะคลุมเต็มผนังด้านหน้า หลังนี้เป็นยุ้งฉางของบ้านเพราะเต็มไปด้วยอาหารเครื่องดื่มและเครื่องมือปรุงอาหาร ซ้ายมือเป็นเรือนสีชมพูม่วงเป็นโถงโล่งไว้นั่งเล่น เชื่อมต่อทั้งสองหลังด้วยระเบียงไม้วางโต๊ะเก้าอี้ไม้ธรรมชาติ
ทุกช่องทุกมุม ทุกผนังทึบและช่องเปิด ทุกแห่งหนมีรายละเอียดและจุดประสงค์
ทุกบานประตูมีการออกแบบเฉพาะ แตกต่างกันไป
โคมไฟ เครื่องเสียง เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างจัดวางมุมเหมาะไม่ขัดตา พร้อมใช้งานสะดวก
ต้นไม้ใหญ่โตให้ร่มเงาครึ้ม สนามหญ้าเรียบเขียวนุ่ม สองฝากของบึงเห็นเนินปรับระดับไว้ให้ฝึกไดรฟ์กอล์ฟ
มองเลยออกไปเห็นทุ่งข้าวโพด พืชไร่พาดไปมา สันเขาสีคราม ผืนฟ้ากว้างใส
ในขอบเขตแนวรั้วมีบ้านน่ารัก ตั้งใกล้พอก้าวเดินข้ามลานหญ้าไปหากัน
ขอบคุณ : คุณต้อย ที่อนุญาตให้ไปค้างแรมที่บ้าน
ขอบคุณ : ราศรี และ อิศร์ ที่ติดต่อขออนุญาตให้
ขอบคุณ : อ.เต๋า แดง จิ๋ม สุมาลี หนึ่ง แยม หญิง เปิ้ล เดียว พริม และ หนุ่มผมยาวสี่คน ที่ร่วมวาดรูปด้วยกัน
สีน้ำรุ่น 3 วาดภาพนอกสถานที่
ชมไพร 31 พค - 1 มิย 2551
|
บันทึกไทยธรรมชาติNature Thai Diary
| |||||||||||||||||||||||||